http://www.nutpobtum.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 โหลดเอกสาร

บทความธรรมะ

เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า

บทความลงนิตยสาร

ทำไม ? ดาราหน้าตาดี ถึงผิดหวังในความรัก

แว่นตา ดูโทรทัศน์

เล่นหุ้น บาปหรือไม่ !

ตามหาพระอรหันต์ ดีไหม ?

ทำกรรมอะไร ส่งผลให้ติดคุก

อย่าโทษพระ เพียงฝ่ายเดียว

คำทำนาย

ความไม่เที่ยง ที่คนไทยต้องพบเจอ

คุยกับ "คนไม่มีศาสนา"

ไม่ยึดตำรา(พระไตรปิฎก) ดีกว่าจริงหรือ ?

มือถือ กำลังทำให้ผม(เรา) โง่ลง !

สังคมอุดม(อ)คติ

ทำบุญแล้ว ชีวิตไม่ดีขึ้นเลย ทำไม!

งานศพในฝัน

หลุงพราง ของการนับถือ "พระ"

"ผู้หญิง" อย่าพยายามเท่าเทียมผู้ชายทุกเรื่อง

ละคร ภาพยนตร์ เพลง คนสร้าง คนเสพ ได้บุญหรือบาป

หลุมพรางที่ชื่อว่า "การสวดมนต์"

ตกหลุมพราง เพราะความรู้

การท่องเที่ยวคือการพักผ่อน จริงหรือ ?

ทางสายกลาง ที่แท้จริง

คำอธิษฐาน "ต้องห้าม"

ธรรมทาน VS อภัยทาน

หลุมพรางสำหรับชาวพุทธ

ไปเลือกตั้ง มีโอกาสได้บาปหรือไม่

พระที่จะทำลายพระพุทธศาสนา และทำให้เราตกนรก

สิ่งทีทำให้เชื่อได้ว่า สวรรค์-นรกของทุกศาสนาเป็นที่เดียวกัน

คนดี คนไม่ดี วัดกันที่ตรงไหน

ชาวพุทธหลากหลายรูปแบบ

ดี ! รับกรรมให้หมด

ทำชั่วได้ดี...มีถมไป

ว่าด้วยปี 2012

สิ่งที่ได้จากการหนีน้ำ

ควร "อยาก" หรือไม่

มาสนับสนุน คนดีมีศีลกันถอะครับ

เป้าหมายชีวิตของชาวพุทธ

อย่าลืมติดร่มชูชีพห้จิตใจ

ไปทำบุญ อย่าเอาบาปกลับมาด้วย

ยอดนิยม

กฏแห่งแรงดึงดูด มีจริงหรือ??

การทำบุญ

เรื่องที่มักเข้าใจผิด

บทสัมภาษณ์

เกี่ยวกับหนังสือ

อื่นๆ

ศาสนาเสื่อม หรือ คนเสื่อม

ศาสนาเสื่อม หรือ คนเสื่อม

เรียนทุกท่าน

 

ในช่วงนี้มีภาพยนตร์เรื่องหนึ่งกำลังเข้าฉาย ก็คือเรื่องนาคปรก ตัวผมเองยังไม่มีโอกาสได้ดู และไม่รู้ว่าจะได้ไปดูหรือไม่ แต่สิ่งที่ผมสนใจก็คือคำโปรโมทที่ว่า ศาสนาเสื่อมหรือคนเสื่อมกันแน่

 

ความจริงแล้ว เรื่องราวเกี่ยวกับศาสนา การปฏิบัติตนของพระ ข่าวสาร และการทำลายความศรัทธานั้น มีความลึกลับซับซ้อน และบางทีเบื้องหลังอาจจะมีเรื่องที่เกี่ยวพันด้วยหลายเรื่อง(บางเรื่องก็พูดไม่ได้ทั้งที่อยากจะพูด)

 

สิ่งแรกที่อยากจะให้พิจารณาก็คือ ศาสนาพุทธเสื่อมลงหรือไม่ หรือเสื่อมลงแค่ไหน ในปัจจุบันเราจะได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องที่พระทำตัวไม่เหมาะสมมากมาย จนทำให้เราคิดว่า บางทีศาสนาอาจจะเสื่อมลงไปแล้ว(และคนส่วนใหญ่ก็คิดแบบนี้) ซึ่งทำให้ศรัทธาของชาวพุทธที่มีต่อพุทธศาสนาและมีต่อพระ ลดน้อยลงเป็นอย่างมาก

 

คำถามที่น่าสนใจก็คือ พระในยุคพุทธกาล(ตอนที่พระพุทธเจ้ายังมีชีวิตอยู่) ได้ประพฤติตัวอย่างเหมาะสมเคร่งครัดมากกว่ายุคเราหรือไม่ อีกคำถามก็คือพระในยุคพุทธกาลทำตัวไม่เหมาะสมแทบไม่มีเลยใช่หรือไม่

 

คำตอบนั้นน่าสนใจมากก็คือ พระในยุคพุทธกาล ก็มีจำนวนมากที่ประพฤติตัวไม่เหมาะสม ส่วนจะมีจำนวนมากแค่ไหนนั้น ก็ลองคิดง่ายๆว่า พระวินัยที่หนาถึง 8 เล่ม(หลายพันหน้า) ส่วนใหญ่เกิดจากการที่มีพระประพฤติตัวไม่เหมาะสม แล้วพระพุทธเจ้าจึงตั้งพระวินัยขึ้น และในพระวินัยก็จะมีเนื้อหาที่วินิจฉัยว่าพระที่ทำแต่ละกรณีผิดหรือไม่อย่างไร ก็ลองคิดดูว่าเนื้อหาที่มากขนาดนั้น จะมีพระที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมมากแค่ไหน(นี่แค่ที่บันทึก แล้วที่ไม่ได้บันทึกอีกหล่ะครับ)

รวมถึงในตอนที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน ในวันนั้นเองมีพระบางคนได้พูดว่า ดีแล้วที่ปรินิพพาน เพราะจะได้ไม่มีใครมาตั้งกฎเกณฑ์ห้ามนั่นห้ามนี่

อ้อแล้วเราคงไม่ลืมพระเทวทัตและสมุนนะครับว่าประพฤติตัวอย่างไร

 

คำถามก็คือ แล้วทำไมชาวพุทธในยุคนั้น ถึงมีความเชื่อมั่นและศรัทธาที่สูงมาก คำตอบน่าจะเป็นเพราะว่า(อันนี้คาดเดา) เพราะชาวพุทธยึดมั่นและศรัทธาในพระพุทธเจ้าและพระที่ปฏิบัติตนอย่างถูกต้องและเหมาะสม โดยไม่ได้เหมารวมว่า มีพระที่ปฏิบัติตนไม่ดีแปลว่าพุทธศาสนาไม่ดี

นั่นคือแยกระหว่างความชั่วที่มาจากคนบาปที่นุ่งห่มผ้าเหลือง  กับสิ่งดีๆในพุทธศาสนาออกจากกันอย่างเด็ดขาด ด้วยเหตุนั้นจึงทำให้คนในยุคพุทธกาลมีความเชื่อมั่นและศรัทธาที่สูงมาก

 

เรื่องนี้จึงโยงมาสู่อีกคำถามที่ยังไม่ได้ตอบนั่นคือ ความจริงแล้วพระที่ปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดในยุคพุทธกาล กับพระที่ปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดในยุคนี้  ประพฤติตัวอย่างเคร่งครัดเหมาะสมเท่ากัน เพราะใช้ชีวิตอยู่ภายใต้พระวินัยเดียวกัน  

ซึ่งในปัจจุบันก็ยังคงมีพระที่เป็นแบบนี้เหลืออยู่จำนวนไม่น้อย(เพียงแต่เรื่องดีๆ พระดีๆ ไม่ค่อยเป็นข่าว)  และเชื่อว่า(เป็นความเชื่อ)พระจำนวนไม่น้อยที่ปฏิบัติตนและสั่งสอนตามคำสั่งสอนที่สืบทอดมาเกือบ 2600 ปี ท่านก็ได้รับสิ่งดีๆตามระดับบุญบารมีที่ท่านสั่งสมมาจนถึงปัจจุบัน และพระเหล่านี้แหละครับเป็นสิ่งพิสูจน์ว่า ความจริงแล้วสิ่งที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธเจ้า คำสั่งสอน(พระธรรม) และพระที่ปฏิบัติดี(พระสงฆ์) ที่เรียกรวมกันว่าพระรัตนตรัย ยังไม่ได้เสื่อมไปเลยแม้แต่นิดเดียว

หากจะมีเสื่อมไปก็คงเป็นความเชื่อมั่นและศรัทธาของชาวพุทธ ที่มองเห็นและได้ยินแต่ข่าวแย่ๆเกี่ยวกับพระและวัด โดยไม่เคยแสวงหาและตระหนักเลยว่าพระที่ดีที่น่านับถือยังมีอยู่อีกมาก และเขาเหล่านี้แยกไม่ออกว่า ความชั่วที่มาจากคนบาปที่นุ่งห่มผ้าเหลือง  กับสิ่งดีๆในพุทธศาสนาเป็นคนละส่วนกัน สรุปว่าศรัทธาเสื่อมเพราะไปยึดเอาคนเสื่อมๆเป็นที่ตั้ง แล้วเหมารวมว่าพุทธศาสนาต้องเป็นแบบนี้ทั้งหมด

 

แต่ถ้าเราเชื่อมั่นและศรัทธาในพระรัตนตรัยที่ถูกต้อง แยกให้ออกระหว่างคนชั่วที่ห่มผ้าเหลือง กับสิ่งดีๆในพุทธศาสนา ความเชื่อและความศรัทธาของเราก็จะไม่มีวันเสื่อมอย่างแน่นอน

 

อย่างไรก็ตาม อาจจะมีบางคนที่ยังรู้สึกตะขิดตะขวงใจ เกี่ยวกับข่าวสารด้านร้ายๆของพระในพุทธศาสนา ผมอยากให้ใช้สติค่อยๆอ่าน แล้วคิดตาม แล้วคิดให้ลึกกว่าตัวหนังสือที่ได้อ่าน แล้วอาจจะเข้าใจอะไรมากขึ้น

 

ในยุคพุทธกาล ก็มีคนพยายามใส่ร้ายป้ายสีอัครสาวกทั้งสอง(พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ)ว่าประพฤติตัวไม่เหมาะสม แม้แต่พระพุทธเจ้าเอง ก็มีคนจากลัทธิความเชื่ออื่นๆ พยายามใส่ร้ายหลายครั้ง ครั้งที่เป็นที่รู้จักก็จะมีนางจินจมานวิกาที่แกล้งใส่ร้ายว่าท้อง(แต่สุดท้ายก็ความแตกแล้วถูกแผ่นดินสูบ) อีกครั้งก็จะเป็นการฆ่าผู้หญิงแล้วเอาศพไปฝังในวัด

 

ผมเคยอ่านประวัติหลวงพ่อจรัญ ท่านก็เคยโดนเรื่องคล้ายๆแบบนี้เช่นกัน และหากเราไปอ่านประวัติพระหลายๆรูปก็จะพบเห็นเรื่องราวไม่แตกต่างจากนี้

ผมไม่ได้หมายความว่า พระที่ปฏิบัติไม่เหมาะสมที่เป็นข่าวจะถูกใส่ร้ายทั้งหมด แต่หมายความว่าอยากให้พิจารณาว่า เป็นไปได้หรือไม่ ที่ไม่ใช่ทั้งหมดที่ทำผิดจริงๆ

 

สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตก็คือ ในวันมาฆบูชาปีนี้ เป็นปีที่ชาวพุทธหันกลับมาสนใจพุทธศาสนามากขึ้น หันมาเข้าวัดทำบุญกันมากขึ้นมาก มากจนสังเกตได้จากข่าวสารทางทีวีว่ามีความเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับ 1-2 ปีที่ผ่านมา

แต่หลังจากวันมาฆบูชา กลับบังเอิญมีข่าวในด้านลบของพระออกมาติดต่อกันหลายวัน และออกข่าวเกือบทุกช่องด้วย ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า มันบังเอิญเกินไปหรือเปล่า

 

สมมุตินะครับ ว่าผมต้องทำลายความศรัทธาของชาวพุทธ ผมเชื่อว่าทำได้ไม่ยากหรอกครับ เพียงแค่หาคนที่โกนผมโกนคิ้ว แล้วไปหาซื้อจีวรมานุ่งโดยไม่ต้องบวชจริง แล้วให้ทำอะไรที่ผิดวินัย

ผมไม่ได้บอกว่าต้องมีคนทำอย่างนั้นแน่ๆ(แม้ว่าผมจะได้รับเมลที่ส่งรูปบางอย่างมาให้) แต่ผมแค่ต้องการชี้ให้เห็นว่า หากมีใครสักคนหรือสักกลุ่มที่ต้องการทำลายพุทธศาสนาจริงๆ เขาก็คงสามารถทำได้ ด้วยการค่อยๆกัดกร่อนศรัทธาทีละเล็กทีละน้อยด้วยวิธีการดังกล่าว แม้จะใช้เวลาแต่สุดท้ายก็ต้องมีคนเสื่อมศรัทธาอย่างแน่นอน

 

ส่วนตัวผมเอง ไม่ค่อยห่วงตัวเองในเรื่องนี้ เพราะตัวผมมีพระรัตนตรัยเป็นที่ยึดเหนี่ยว มีพระธรรมเป็นไฟส่องทางให้ชีวิต แต่ห่วงคนที่ไม่เข้าใจและแยกไม่ออกระหว่างคนชั่วที่ห่มผ้าเหลือง กับสิ่งดีๆในพุทธศาสนา เพราะจะทำให้ชีวิตของเขาเดินหลงทางทั้งในชาตินี้และชาติต่อๆไป

 

และผมหวังว่าทุกท่านที่ได้อ่าน จะเข้าใจสิ่งที่ผมต้องการสื่อสาร และสามารถแยกคนชั่วที่ห่มผ้าเหลือง กับสิ่งดีๆในพุทธศาสนาได้ และสามารถยึดมั่นในพระรัตนตรัยได้อย่างมั่นคงนะครับ

(หากเห็นว่าเป็นประโยชน์กับคนรู้จักก็ส่งต่อไปได้นะครับ)

 

ด้วยความนับถือ

ณัฐพบธรรม

www.Nutpobtum.com

 

 

ธรรมะ,สังฆทาน,สังฆทานที่ถูกต้อง,กฎแห่งกรรม,กฏแห่งกรรม,บุญ,บาป,บุญบาป,นรก,สวรรค์,ทำทาน,รักษาศีล,เจริญภาวนา,นั่งสมาธิ,เจริญสติ,ธรรมทาน,ณัฐพบธรรม 

ความคิดเห็น

  1. 1
    jo
    jo hatairat 21/10/2015 23:03

    ....กระผม คิดว่า มันคือ วัฏจักร เเค่ รอเข็มของเวลา ให้ไปถึงที่สุด เเล้ว จะเริ่มนับใหม่อีกครั้ง


    เปรียบเหมือนกงล้อเกวียน ที่บางเสี้ยวของกงล้อ ต้องเปรอะเปื้อน บ้าง เเล้วเราจึงจะเห็นในสิ่งที่เรา เเต่ละ บุคคล จะยอมรับกับสิ่งนั้น........


             โลกเราก็เป็นเช่นฉะนี้....เรามิจำเป้นต้องทำอะไรกับเหตุนั้นเลย ขอเเค่เราอยู่ในอุเบกขา เเค่นี้เป็นพอ


    สำหรับปุถุชน อย่างกระผม <ทุกถ้อยคำที่เขียน อยู่ในความคิดกระผม หากแม้นว่า ไม่เหมาะ ไม่ควร ไม่ถูกต้องด้วยประการทั้งปวง ต้องขออภัยอย่างสูง >

  2. 2
    เจริญศักดิ์ พรหมวันรัตน์

    ทุกท่านครับ ศาสนธรรมนั้นไม่มีวันเสื่อมหรอกครับ รัทธาคนที่ศึกษาและเข้าถึงพระรัตนตรัย ก็ไม่เสื่อมด้วยเช่นกัน แต่ผู้ที่ไม่สิกขาเป็นชาวพุทธเพียงเปลือนั่นล่ะครับที่เสื่อม



  3. 3
    sutat
    sutat sutatmo@hotmail.com 08/03/2014 11:53

    ขัดเจนมาก ครับ


    ดีแล้ว ดีแล้ว

  4. 4
    M. Wimol
    M. Wimol 17/09/2012 10:22

    ความเสื่อมโทรมของศาสนาพุทธในปัจจุบันน่าจะมีสาเหตุเนื่องมาจาก สภาวะทางสังคมที่ชายไทยในปัจจุบันไม่นิยมบวชเรียนเหมือนในอดีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีความพร้อมด้วยฐานะทางสังคมสูงก็ยิ่งปฏิเสธการบวชเรียนมากยิ่งขึ้น จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันทั้งในเมืองหรือในวัดต่างๆตามชนบททั่วไปจะมีพระสงฆ์อยู่ในแต่ละวัดนั้นน้อยมาก และพระสงฆ์เหล่านั้นเกือบจะเป็นร้อยละร้อยที่ที่มาจากชาวบ้านชั้นรากหญ้า มีระดับการศึกษาค่อนข้างต่ำ ความรู้สึกนึกคิดต่างๆก็จะเป็นไปในแบบตามีตามาตาสาตาสี ส่วนพระที่มีการศึกษาพอเรียนสำเร็จก็จะพากันสึกออกไปประกอบอาชีพอื่น จึงเป็นที่มั่นใจว่าในอนาคตอีกไม่นานเท่าใดนักวัดพุทธศาสนาก็จะเต็มไปด้วยพระสงฆ์ที่ด้อยคุณภาพ เต็มไปด้วยพระนักเลงอันธพาล พระเสพสิ่งเสพติด พระมั่วสีกา พระไม่มีความรู้ พระอวดเก่งอวดวิเศษ ฯลฯ ซึ่งพระต่างๆ ดังกล่าวแล้วจะเรียกร้องศรัทธาจากที่ไหนกัน ในเมื่อบุคคลที่ศาสนาพึ่งพิงได้ก็จะพากันเอาใจออกห่าง แต่บุคคลที่จำเป็นจะต้องพึ่งพาอาศัยศาสนาทำมาหากินนั้นก็จะพากันเข้าไปอยู่ในวัดจนแทบจะไม่ที่พื้นที่หลงเหลือให้คนดีแทรกเข้าไปได้

  5. 5
    Dr.BaiThong
    Dr.BaiThong b_thongkeaw@hotmail.com 16/09/2012 12:45

    หลายสิบปีมาแล้วเมื่อครั้งยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ได้มีโอกาสไปร่วมปฏิบัติธรรมกับชมรมพุทธศาสน์ของมหาวิทยาลัยที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.คลองหลวง บรรยากาศของการปฏิบัติธรรมนั้นช่างน่าประทับใจยิ่งนัก เรียนจบแล้วก็ยังได้ไปวัดแห่งนี้อีกหลายครั้ง เมื่อสิบปีที่แล้วก็ยังได้บวชที่วัดแห่งนี้อีก แต่จากวันแรกที่รู้จักวัดแห่งนี้ด้วยดวงใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยศรัทธานั้นดูเหมือนว่าจะค่อยๆลดน้อยลง ความเสื่อมศรัทธาก็เป็นไปในทางตรงกันข้าม ที่เป็นเช่นนี้เข้าใจว่าพระคุณเจ้าในอดีตคงจะมีภาวะสังขารเสื่อมลงไปตามกาลเวลา ไม่อาจจะควบคุมดูแลพระสงฆ์องค์เจ้าอย่างใกล้ชิดเช่นแต่ก่อนได้ วัดเจริญขึ้นทางด้านวัตถุ มีพระสงฆ์เพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อนหลายเท่า แต่ที่ลดลงอย่างเห็นได้อย่างชัดเจนก็คือความเปลี่ยนแปลงทางด้านคุณภาพของพระสงฆ์ ในอดีตทางวัดได้มีการคัดบุคคล เลือกเฟ้นคนที่เหมาะสม มีการพิจารณาทั้งทางด้านพื้นฐานทางการศึกษาและทางสังคมเป็นอย่างดี แต่ในปัจจุบันพบเห็นพระสงฆ์ที่มองเพียงแวบเดียวก็จะรู้สึกได้ในทันทีว่าเป็นบุคคลที่ขาดการศึกษา ขาดการอบรม เป็นบุคคลที่สภาพทางสังคมใกล้เคียงกับกรรมกรชั้นต่ำสุด ไร้สิ่งที่จะแสดงออกได้ว่าเป็นบุคคลที่มีอนาคตได้เลย เนื่องจากกริยาวาจาที่ท่านแสดงออกนั้นชัดเจน พระคุณเจ้าหลายๆรูปได้แสดงออกซึ่งสันดานอันกักขละ เนื้อตัวของพระคุณเจ้าเหล่านั้นแม้ไม่ได้ชำเลืองมองก็ทราบอย่างถูกต้องว่าเป็นอดีตนักโทษอาญา เคยเป็นผู้เสพสารเสพติดอย่างไม่ต้องสงสัย พระคุณเจ้าเหล่านี้แม้ส่วนใหญ่บางรูปจะเป็นพระอาคันตุกะจากวัดในเครือข่ายสาขาจากต่างจังหวัด แต่ภาพลักษณ์ของสังคมก็ยังคงมองเห็นว่าเป็นสงฆ์พวกเดียวกันอยู่นั่นเอง สิ่งที่ปรากฏเช่นนี้จะเป็นตัวอย่างที่ดีของเยาวชนได้หรือ ? ผู้ปกครองเยาวชนที่จะส่งบุตรหลานไปให้พระคุณเจ้าเหล่านี้อบรมเขาก็คงจะต้องคิดให้ดีหลายๆรอบ เพราะท่านยังสอนตัวเองไม่ได้ แต่วาจาก็ก้าวร้าวว่าโยมเป็นพวกมิจฉาทิฏฐิ พระอย่างนี้จะเรียกว่าทำให้ศาสนาเสื่อมได้หรือไม่ ?

  6. 6
    Chomnikarn
    Chomnikarn misae_pour_amies@hotmail.com 27/06/2012 13:43

    ความคิดเห็นของเรานะศาสนาไม่มีวันเสื่อมหรอกเพราะเป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าได้สอนขึ้นมาแล้ว เปนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ก็เหมือนกรรมที่เราทำแล้ว เราแก้ไขหรือเปลี่ยนให้ดีขึ้นหรือเลวลงไม่ได้ เพราะได้ทำไปแล้ว แต่คนต่างหากที่เสื่อม อาจเพราะมีกิเลสเยอะ สิ่งยั่วยุเยอะ เค้าทำได้เพียงทำให้ศรัทธาในพระพุทธศาสนาลดลงแต่ทำให้ศาสนาเสื่อมลงไม่ได้หรอกค่ะ^^

  7. 7
    น้ำเย็น
    น้ำเย็น karnnum 26/04/2012 09:09

    เสื่อมเพราะความที่ยังไม่หมดกิเลสของคนนี่แหละจึงทำให้วุ่นวาย ถ้ายึดเอาครูเป็นต้นแบบที่สอนให้คนหลุดพ้นจากกิเลส คือพระสัมมาสัมพุทเจ้า ด้วยความศรัทธา มากด้วยเคารพจริงๆ แล้วจะซาบซึ้ง เรื่องกฎแห่งกรรม ชนิดขนหัวลุกในกฎแหล็ก  เฮ้อ... ปลูกถั่วก็ได้ถั่ว ปลูกชั่วก็ได้ชั่ว ติดตัวข้ามภพข้ามชาติ ถึงแม้จะรู้หรือไม่ก็ตาม

  8. 8
    บุกเบิกธรรม
    บุกเบิกธรรม sirisughliws@sanook.con 22/03/2011 11:35

    ผมได้จำคำนิงนั้นขึ้นใจ เป็นคำที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสให้เเก่เหล่าสาวก ผู้สืบทอดเจตนารมณ์พระพุทธศาสนา พุทธศาสนิกชนทั้วไปในครั้งพุทธกาลว่า "ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเรา ตถาคต"

  9. 9
    Rungroj Krongthaew
    Rungroj Krongthaew roongrote_k@yahoo.com 30/05/2010 11:06

        จริงแล้วเสื่อมทั้งสองทั้งคนทั้งศาสนา เพราะคนเป็นผู้ทำนุบำรุงพระพุธทศาสนา สิ่งต่างๆในโลกย่อมเสื่อมไปตามวันเวลา เมื่องสังคมเศรษฐกิจเจริญเติบโต ตัวกำหนดคุณค่าในชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีย่อมหมายถึง คำที่เรียกว่าเงิน ถูกสอนกันมา ให้ค้นหาให้มากที่สุด เพื่อเป็นหลักในการการันตีในความผาสุขของฃีวิต จะมีสักกี่คนที่จะค้นหาความสงบโดยไม่ยุงเกี่ยวกับฃ่าวสารเงินตา
    การทำธุรกิจที่เน้นธรรมาภิบาล จะมีสักกี่ราย มีแต่คำว่าของฟรีไม่มีในโลก เอาเงินมา เจ็บป่วยไม่สบายอยากได้ยาดี เอาเงินมา ธนาคารต่างๆมีแต่ค่าธรรมเนียมที่สูง ที่ต่ำก็เห็นจะมีแต่ดอกเบี้ยเงินฝาก
    วัดวาอาราม ค่านำค่าไฟ จำเป็นต้องจ่าย เมื่อทุกส่วนมีเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง อะไรจะเกิดขึ้น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

สถิติ

เปิดเว็บ01/03/2010
อัพเดท12/06/2017
ผู้เข้าชม1,364,652
เปิดเพจ1,976,852

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 เข้าระบบ

view