http://www.nutpobtum.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 โหลดเอกสาร

บทความธรรมะ

เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า

บทความลงนิตยสาร

ทำไม ? ดาราหน้าตาดี ถึงผิดหวังในความรัก

แว่นตา ดูโทรทัศน์

เล่นหุ้น บาปหรือไม่ !

ตามหาพระอรหันต์ ดีไหม ?

ทำกรรมอะไร ส่งผลให้ติดคุก

อย่าโทษพระ เพียงฝ่ายเดียว

คำทำนาย

ความไม่เที่ยง ที่คนไทยต้องพบเจอ

คุยกับ "คนไม่มีศาสนา"

ไม่ยึดตำรา(พระไตรปิฎก) ดีกว่าจริงหรือ ?

มือถือ กำลังทำให้ผม(เรา) โง่ลง !

สังคมอุดม(อ)คติ

ทำบุญแล้ว ชีวิตไม่ดีขึ้นเลย ทำไม!

งานศพในฝัน

หลุงพราง ของการนับถือ "พระ"

"ผู้หญิง" อย่าพยายามเท่าเทียมผู้ชายทุกเรื่อง

ละคร ภาพยนตร์ เพลง คนสร้าง คนเสพ ได้บุญหรือบาป

หลุมพรางที่ชื่อว่า "การสวดมนต์"

ตกหลุมพราง เพราะความรู้

การท่องเที่ยวคือการพักผ่อน จริงหรือ ?

ทางสายกลาง ที่แท้จริง

คำอธิษฐาน "ต้องห้าม"

ธรรมทาน VS อภัยทาน

หลุมพรางสำหรับชาวพุทธ

ไปเลือกตั้ง มีโอกาสได้บาปหรือไม่

พระที่จะทำลายพระพุทธศาสนา และทำให้เราตกนรก

สิ่งทีทำให้เชื่อได้ว่า สวรรค์-นรกของทุกศาสนาเป็นที่เดียวกัน

คนดี คนไม่ดี วัดกันที่ตรงไหน

ชาวพุทธหลากหลายรูปแบบ

ดี ! รับกรรมให้หมด

ทำชั่วได้ดี...มีถมไป

ว่าด้วยปี 2012

สิ่งที่ได้จากการหนีน้ำ

ควร "อยาก" หรือไม่

มาสนับสนุน คนดีมีศีลกันถอะครับ

เป้าหมายชีวิตของชาวพุทธ

อย่าลืมติดร่มชูชีพห้จิตใจ

ไปทำบุญ อย่าเอาบาปกลับมาด้วย

ยอดนิยม

กฏแห่งแรงดึงดูด มีจริงหรือ??

การทำบุญ

เรื่องที่มักเข้าใจผิด

บทสัมภาษณ์

เกี่ยวกับหนังสือ

อื่นๆ

ว่าด้วยเรื่อง 2012

ว่าด้วยเรื่อง 2012

เรียนทุกท่าน

 

ในช่วงที่ผ่านมา มีภาพยนต์เรื่อง 2012 เข้าโรงฉาย

เกี่ยวกับภัยภิบัติที่จะเกิดขึ้นกับโลกในวันที่ 21 เดือน 12 ปี 2012

รวมถึงมีการพูดถึงภัยต่างๆที่มีโอกาสเกิด ไม่ว่าจะเกิดจากโลกร้อน เกิดจากการที่ดวงดาวมาเรียงกัน

หรือเกิดจากดวงอาทิตย์ปล่อยพลังงานออกมามากกว่าปกติ ฯลฯ

 

สรุปว่า มีกระแสเรื่องที่โลกกำลังจะเกิดภัยภิบัติที่จะกวาดล้างมนุษย์โลกให้หมดไป(หรือเกือบหมด) ในอีก 3 ปีข้างหน้านี้

 

ตัวผมเองก็ได้ดูภาพยนต์ดังกล่าว และได้อ่านข้อมูลข่าวสารมาบ้าง

จึงคิดว่า เรื่องนี้มีอะไรหลายอย่างที่ควรจะนำมาเล่าสู่กันฟัง

 

ก่อนอื่นลองมาใช้สติและเหตุผลพิจารณากันในฐานะชาวพุทธ ว่าสิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นกับตัวเรามีได้กี่รูปแบบ(คร่าวๆ)

1. ในปี 2012 ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วเราแก่ตาย

2. ในปี 2012 ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วเราก็ตายหลังจากนั้นไม่นาน

3. ในปี 2012 ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เราตายก่อนถึงวันนั้น

4. ในปี 2012 มีอุบัติภัยล้างโลก คนส่วนใหญ่ตาย ส่วนเราก็ตาย

5. ในปี 2012 มีอุบัติภัยล้างโลก คนส่วนใหญ่ตาย เรารอด แล้วก็แก่ตาย

6. ในปี 2012 มีอุบัติภัยล้างโลก คนส่วนใหญ่ตาย เรารอด แต่ก็ตายหลังจากนั้นไม่นาน

7. ในปี 2012 มีอุบัติภัยล้างโลก แต่เราตายก่อนถึงวันนั้น

......

 

พอจะเห็นภาพใช่ไหมครับว่า ไม่ว่าในปี 2012 จะมีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่ มีสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นแน่ๆก็คือ เราจะตาย วันใดวันหนึ่งในอนาคต

 

หากเรามองชีวิตที่ผ่านการเวียนว่ายตายเกิดมานับครั้งไม่ถ้วน การตายครั้งนี้ ก็เพียงการเปลี่ยนจากสภาพหนึ่ง ไปสู่อีกสภาพหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไรเลย

 

ในอดีตผมก็เคยกลัวความตาย ซึ่งสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กลัวความตายก็คือ เพราะความตายเป็นเหมือนการต้องเดินเข้าไปห้องที่มืดสนิทที่มีหลายห้อง โดยเราไม่รู้ว่ามีอะไรรอเราอยู่ในแต่ละห้อง

 

แต่ความรู้ในพุทธศาสนาก็ทำให้เราเข้าใจความเป็นจริงของชีวิตมากขึ้น ว่าแต่ละห้องมีสภาพเป็นอย่างไร (นิพพาน พรหม เทวดา มนุษย์ สัตว์ เปรต อสูรกาย นรก) เหมือนห้องทั้งหมดได้เปิดไฟจนสว่างเห็นภายในทั้งหมด

 

แม้ว่าเราจะเห็นว่าแต่ละห้องมีอะไรบ้าง ความกลัวก็ยังไม่หมดไป เพราะว่ามีหลายห้องที่เราไม่อยากเดินเข้าไปเลย(สัตว์ เปรต อสูรกาย นรก) ด้วยเหตุนี้อาการกลัวความตายจึงยังคงมีอยู่

 

ตอนตายเราไม่สามารถเลือกได้ว่าจะเข้าห้องไหน หากเปรียบเทียบง่ายๆว่าก็คล้ายกับว่าเราจะต้องจับฉลากเท่านั้น ซึ่งก็ทำให้เรามีโอกาสได้ไปในห้องที่เราไม่อยากไป

 

แต่ความรู้ในพุทธศาสนาก็ทำให้เราเข้าใจมากขึ้นอีกว่า เราสามารถสร้างฉลากให้มีมากขึ้นได้ ดังนี้

หากเราทำบุญมากเท่าไหร่ เราก็จะได้ฉลากที่จะได้ไปอยู่ในห้องที่น่าอยู่เพิ่มขึ้นเท่านั้น(นิพพาน พรหม เทวดา มนุษย์)

หากเราทำบาปมากเท่าไหร่ เราก็ได้จะได้ฉลากที่จะได้ไปอบู่ในห้องที่ไม่น่าอยู่เพิ่มขึ้นนั้น(สัตว์ เปรต อสูรกาย นรก)

 

ความรู้ตรงนี้ก็คงทำให้คนบางคนยังคงมีความกลัวความตายเช่นเดิม หรืออาจจะกลัวมากขึ้น เพราะชีวิตที่ผ่านมา ได้สร้างฉลากสำหรับไปห้องที่ไม่น่าอยู่มากมายมหาศาล แต่แทบไม่ได้สร้างฉลากสำหรับไปห้องที่น่าอยู่เลย

 

แต่ในทางตรงกันข้าม คนบางคนกลับมีความกลัวความตายลดลง เพราะชีวิตที่ผ่านมา ได้สร้างฉลากสำหรับไปห้องที่น่าอยู่มากมายมหาศาล และแทบไม่ได้สร้างฉลากสำหรับไปห้องที่ไม่น่าอยู่เลย โอกาสที่จะไปไม่ดีหลังจากนั้นมีน้อยมาก ความกลัวจึงมีน้อยลงมาก

 

ในเมื่อความตายจะมาถึงเราแน่ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ไม่ว่าจะมีเหตุการณ์ 2012 หรือไม่

เราก็สามารถเลือกได้ว่าเราจะเป็นแบบไหน จะกลัวความตายเพราะทำบาปเอาไว้มาก หรือคิดว่าความตายเป็นเพียงการเปลี่ยนสภาพและอาจจะมีชีวิตที่ดีขึ้น เพราะทำบุญเอาไว้มาก

 

จากวันนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่เราตาย เราก็สามารถเลือกได้ว่าจะทำอะไร

หากเหตุการณ์ 2012 มีจริงๆ สิ่งที่เราควรทำคือการพยายามดิ้นรนหาทางรอดตั้งแต่วันนี้ หรือคือการพยายามทำบุญให้มากเพื่อที่จะได้ไม่กลัวความตายในวันนั้นกันแน่

หากเหตุการณ์ 2012 ไม่มีจริง สิ่งที่เราควรทำคือปล่อยชีวิตไปแบบเดิมเพื่อให้ตายด้วยความหวาดกลัว หรือพยายามทำบุญให้มาก เพื่อที่จะได้ไม่กลัวความตายในวันนั้นกันแน่

 

สำหรับผมมีคำตอบที่ชัดเจนว่า ผมจะทำบุญให้มากที่สุด ไม่ว่าในอนาคตจะมีอะไรเกิดขึ้น

เพื่อให้ไม่ต้องกลัวเมื่อวันที่ความตายมาถึง

 

คำถามหนึ่งที่มีคนถามผมก็คือ หากเหตุการณ์ 2012 เกิดขึ้นจริง เราควรทำอย่างไรในวันนั้น

สมมุติว่าทุกอย่างเป็นเหมือนในภาพยนต์ ที่มีน้ำท่วมทั้งโลก กวาดล้างแทบทุกอย่างในโลกไปจนหมด

ผมคงเลือกที่จะอยู่บ้าน(หรือไปวัด) สวดมนต์ นั่งสมาธิ หรือนั่งนึกถึงบุญที่ทำ แล้วพยายามยิ้มรับความตายที่กำลังจะเดินเข้ามาหา ดีกว่าจะต้องดิ้นรนพยายามให้ตัวเองรอด แล้วไม่สามารถควบคุมสภาพจิตใจก่อนตายได้ ทำให้อาจจะไปห้องที่ไม่น่าอยู่ได้

อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ หากเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็คงไม่เหลือวัด เหลือพระไตรปิฎกให้ผมได้ศึกษา ได้ทำบุญ ผมก็ไม่เห็นประโยชน์อะไรที่จะอยู่ต่อ

รวมถึงบ้านเมืองก็ไม่เหลืออะไรแล้ว คงใช้ชีวิตกันลำบากน่าดู แล้วจะอยู่ไปทำไม

แต่ผมจะไม่ฆ่าตัวตายครับ เพราะบาป

 

คำถามถัดมาก็คือ เรื่องราวแบบนั้นจะเกิดขึ้นจริงไหม เมื่ออ้างอิงจากพระไตรปิฎก

อย่างแรกก็ต้องบอกว่า ในอรรถกถา ได้บอกเอาไว้ว่า พุทธศาสนายุคนี้ จะอยู่นาน 5,000 ปี

ฉะนั้นจึงไม่น่าจะมีเหตุการณ์ที่จะทำให้พุทธศาสนาหายไปได้ในช่วงก่อนหน้านั้น

โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ทำให้คนมากกว่า 99% ตายไปนั้น ก็ต้องบอกเลยว่าไม่น่าจะมี

อย่างมากก็เกิดน้ำท่วม แล้วมีคนตายมากประมาณหนึ่ง แต่คงไม่มากเท่าที่กลัวกัน

 

ส่วนเหตุการณ์ที่จะทำให้โลกแตก หรือมนุษย์ตายกันจนหมดนั้น ก็ต้องบอกเลยว่า ไม่ต้องห่วง ว่าจะมีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้น เพราะพระพุทธเจ้าได้ตรัสเอาไว้แล้วว่า ตั้งแต่โลกใบนี้เกิดขึ้น

จนถึงวันที่โลกแตก จะมีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ 5 พระองค์(เฉพาะรอบนี้ที่มี 5 พระองค์ บางรอบก็ไม่มีเลย)

ซึ่งพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันเป็นองค์ที่ 4 ฉะนั้นยังคงต้องมีมนุษย์โลกไปอีกนาน

นานจนมนุษย์อายุขัยลดลงเหลือ 10 ปี แล้วกลับมาเพิ่มจนเป็น 80,000 ปี ตอนนั้นถึงจะมีพระศรีอาริยเมตตตรัยมาตรัสรู้

 

หลังจากนั้นอีกนานแสนนาน นานจนมีพระอาทิตย์ดวงที่ 2 เกิดขึ้น จนโลกแห้งเล้งมากขึ้น

จนมาดวงอาทิตย์ดวงที่ 3 4 5 6 7 และเมื่อถึงตอนนั้น โลกก็แตกสลายไป

โลกใบนี้รอบนี้จะแตกสลายเพราะไฟครับ ไม่ได้แตกสลายเพราะน้ำหรือลม

 

เวลาที่โลกจะแตกสลายยังอีกนานแสนนาน

แต่เวลาที่ร่างกายนี้จะยังหายใจอยู่นั้นนานแค่ไหนไม่มีใครทราบ

อาจจะอยู่จนครบ 100 ปี 75 ปี หรืออยู่ได้อีก 10 ปี 10 วัน หรือน้อยกว่านั้น

ไม่มีใครทราบได้เลย

 

ในฐานะชาวพุทธที่แท้จริง เราไม่ควรประมาท เราควรทำบุญให้มาก มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้

เพื่อให้วันที่เราเดินเข้าไปใกล้ จนความตายอยู่ตรงหน้าเรา

เราก็จะสามารถเผชิญหน้ากับมันได้ อาจจะด้วยใจที่ปล่อยวาง หรือเผชิญหน้าด้วยรอยยิ้ม

เพราะเรามั่นใจว่าเราไปดีแน่นอน

 

อ่านแล้วคิดว่าเป็นประโยชน์ก็ส่งต่อให้เพื่อนๆได้ครับ

 

ด้วยความนับถือ

ณัฐพบธรรม

ผู้เขียนหนังสือ "ถ้ารู้...(กู)...ทำไปนานแล้ว"

http://www.Nutpobtum.com

 

 

 

 

 

 

ธรรมะ,สังฆทาน,สังฆทานที่ถูกต้อง,กฎแห่งกรรม,กฏแห่งกรรม,บุญ,บาป,บุญบาป,นรก,สวรรค์,ทำทาน,รักษาศีล,เจริญภาวนา,นั่งสมาธิ,เจริญสติ,ธรรมทาน,ณัฐพบธรรม 

 

ความคิดเห็น

  1. 1
    เจริญศักดิ์ พรหมวันรัตน์

    ขอบคุณมากครับ ที่ทำให้คนหันมาสิกขาธรรมตามพระไตรปิฎก อันเป็นพุทธวจนะมากขึ้น

  2. 2
    NEO EIL
    NEO EIL neoeilmettaya@gmail.com 20/11/2012 11:15

    ภัยที่น่ากลัวกว่า ภัยพิบัติ 2012


    ๑.ภัยเกิดจากความแก่ (ชราภยํ),


    ๒.ภัยเกิดจากความเจ็บไข้ (พฺยาธิภยํ),


    ๓.ภัยเกิดจากความตาย (มรณภยํ).


    ใช้เวลาที่เหลืออย่างมีค่า ด้วยการศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้วนำไปปฏิบัติตามอย่างจริงจัง

  3. 3
    wirat
    wirat earthwo@hotmail.co.th 25/08/2012 12:30

    สาธุ...สาธุ...สาธุครับ คุณณัฐพบธรรม,  ผมเห็นธรรมะ ในจิตใจมากขึ้นแล้วครับ

  4. 4
    ณัฐพบธรรม
    ณัฐพบธรรม 30/07/2012 20:43

    ใช่ครับคุณ chalee 


    ในพระไตรปิฎก อธิบายไว้ประมาณนั้นครับ ^_^

  5. 5
    chalee
    chalee leehup@hotmail.com 25/07/2012 22:07

    อยากจะบอกว่า อ่าน ท่องนรกเที่ยวสวรรค์ ของพี่เป็นเล่มแรก ชอบมากเลยพี่ตรงประโยค


    ที่บอกว่า คนที่ อ่านหนังสือธรรมเล่มเดียวเข้าใจและเชื่อทั้งหมดจะต้องทำบุญมานับแสนกัป


    ผมไม่ได้หลงตัวเองใช่มั้ยครับ  

  6. 6
    ณัฐพบธรรม
    ณัฐพบธรรม 30/03/2012 11:02

    อนุโมทนากับคุณ Kate คุณชัยกฤต ด้วยครับ

  7. 7
    kate
    kate machine049@hotmail.com 28/03/2012 21:18

    ไม่กลัวเรื่อง 2012 เพราะว่าเตรียมตัวตายไว้แล้ว คือระลึกเสมอว่าเราต้องตาย และมีพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง ก่อนนอนภาวนาพุทธ - โธ ตื่นเช้า ภาวนา พุทธ-โธ เรามีพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง ถ้าตายในชาตินี้ จะไปอยู่กับพระพุทธเจ้า (ที่นิพพาน) ถ้าไม่ถึงนิพพาน ก็ได้อยู่สวรรค์ล่ะ ยังงัยก็ไม่ทุกข์เท่าโลกมนุษย์แน่ๆ ส่วนประตูล่างชาตินี้ขอปิดประตูไม่ลงไป เพราะถามตัวเอง ทุกวันนี้ศีล 5 เป็นหลักในการดำเนินชีวิต ทำบุญทุกครั้งที่มีโอกาสด้วยใจที่ศรัทธา และถือว่าการทำทานคือการละซึ่งกิเลส และมีพระรัตนตรัยเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจสูงสุด อย่างน้อยเท่านี้ก็เป็นปัจจัยไม่ตกไปโลกต่ำแล้ว แล้วจะมาห่วงทำไม กับการแค่ย้ายบ้านเท่านั้น และด้วยบุญที่ทำก็มั่นใจว่าบ้านหลังใหม่ดีกว่าเดิม

  8. 8
    ชัยกฤต
    ชัยกฤต crzsticker@hotmail.com 07/02/2012 11:23

    คนเราทุกข์เพราะว่า ต้องการให้ทุกสิ่ง ทุกอย่างบนโลกนี้ ไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ ไม่มีอะไรที่ไม่เปลี่ยนแปลง


    ยอมรับกันเถอะครับ..ว่าทุกสิ่ง ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่มั่นคง ไม่แน่นอน ถ้าเชื่อธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า..


    เราจะไม่หวั่นใหวเรื่องปี 2012 หรือแม้กระทั้ง ปีใหนๆๆ

  9. 9
    ชมนาด
    ชมนาด chomanard_n@!yahoo.com 25/01/2012 15:19
    -ขอบคุณที่ให้ความกระจ่าง เข้าใจง่าย  ระลึกเสมอว่า เกิดมาแล้ว จะไม่สูญเปล่า (จะไม่ให้เสียชาติเกิดเป็นแน่)
  10. 10
    ณัฐพบธรรม
    ณัฐพบธรรม 24/11/2011 13:36

    อนุโมทนาบุญกับความตั้งใจของคุณอัจฉราด้วยครับ ^_^

  11. 11
    อัจฉรา
    อัจฉรา 22/11/2011 15:37
    ไปซื้อหนังสือ ท่องนรก เที่ยวสวรรค์ มาอ่าน  เมื่อวันที่ 21 พ.ย.54 เพราะเพิ่งเปิดเว็บของคุณ ณัฐพบธรรม (21 พ.ย.54) เปิดหาเว็บเพื่อที่จะทำบุญมหาบุญที่ประเทศอินเดีย เลยพบเว็บ คุณณัฐพบธรรม เลยเข้าไปอ่านดู แล้วรู้สึกชอบ (เพราะตัวเองก็อ่านหนังสือธรรมะ ต่าง ๆ อยู่แล้ว) อ่านแล้วรู้สึกโล่งสบายดี เลย กลับจากที่ทำการงานไปรับลูกสาวจากโรงเรียน บอกว่าแม่จะไปซื้อหนังสือร้านนายอินทร์ ที่เซ็นทรัล (อยู่ จ.พิษณุโลก) เลยได้หนังสือในตอนเย็นวันนั้นเลย (21 พ.ย.54) อ่านไปนิดเดียว เดี๋ยวจะอ่านให้จบ ก็เลยส่งเว็บ ณัฐพบธรรม  ให้เพื่อน ๆ ที่ทำงาน ได้อ่านกัน  และได้พบเลขที่บัญชี ที่จะโอนเงินไปทำบุญเรียบร้อยแล้ว จากเว็บ  ขอบคุณค่ะ  ขออนุโมทนาบุญมาด้วยค่ะ
  12. 12
    กฤษณีพร
    กฤษณีพร kris3k22@gmail.com 25/07/2011 19:51
    ดีจังเลย ที่ได้รู้ว่ายังมี พุทธศาสนิกชนแท้  อีกมากมาย  จากคนกลุ่มหนึ่งหากได้ตระหนักถึงบาปบุญ ก็ได้แนะนำถ่ายทอดต่อให้คนใกล้ตัว และกระจายไป สู่สังคม โลกจะน่าอยู่มากขึ้นค่ะ อนุโมทนากับทุกท่าน
  13. 13
    กัปตัน
    กัปตัน chaichoti@yahoo.com 11/05/2011 17:11
    ผมทำบุญทุกวัน จึงไม่ค่อยกลัวความตายครับ  และคนเราจักต้องตายอยู่แล้ว จะกลัวไปทำไม ตอนนี้ก็ตรึกระลึกถึงบุญทุกบุญที่ทำทุกวันครับ  ไม่ว่าจะเป็นบุญบวชพระด้วยตนเอง บวชพระลูกชาย ไปร่วมงานบวชพระ ถือศีล 8  ถืออุโบสถศีล  ตั้งกองทุนบวชพระชาวเขา  สร้างพระประจำตัว สร้างพระประธาน สร้างพระเจดีย์ ทองคำหุ้มพระเจดีย์ บุญกฐิน บุญผ้าป่า บุญซื้อที่ดิน บุญช่วยเหลือญาติ พี่ น้อง เพื่อนฝูง ช่วยเหลือคนชรา คนยากไร้  บุญไถ่ชีวติโค กระบือ บุญเลี้ยงอาหาร นก ปลา บุญซ์้อโลงศพ บุญถวายยารักษาโรค  บุญถวายมหาสังฆทาน บุญถวายสังฆทาน บุญถวายภัตตาคาร ถวายน้ำปานะ บุญตักบาตร บุญช่วยเหลืองานที่วัด บุญบริจาคสิ่งของให้วัด  บุญรักษาศีล 5 บุญนั่งสมาธิ บุญกองทุนภัตตาหาร และยังมีบุญอื่น ๆ อีกที่ไม่ได้กล่าวไว้ ณ ที่นี้    สาธุและอนุโมทนาบุญกับทุกท่านครับ
  14. 14
    ชวลิต
    ชวลิต mxphuket1930@hotmail.com 23/04/2011 10:14
    ต้องบอกว่าทุกวันนี้ใช้ชีวิตอย่างไม่มีความกลัวตายเลย เพราะได้ธรรมะของพระพทธเจ้า จากหนังสือของคุณณัฐพบธรรม เป็นเครื่องเตือนใจอยู่เสมอ ถึงแม้บางคร้งอาจจะมีเผลอลืมไปบ้าง แต่ก็พยายามดึงสติกลับมาทุกครั้งที่รู้ตัว ก่อนนอนก็จะสวดมนต์ไหว้พระ เป็นประจำ แล้วพอหัวถึงหมอน ก็จะเจริญมรณังนุสติ บอกกับตัวเองถึงความเป็นจริงที่ชีวิตเป็นของไม่ยั่งยืน แต่ความตายนี่สิ! เป็นของแท้แน่นอน ที่เหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลายต้องพบเจอ 
  15. 15
    แจน
    แจน iamjan24@hotmail.com 18/04/2011 11:36
    อนุโมทนาสำหรับบทความดีๆด้วยนะคะ ตอนนี้ซื้อเล่มไปทำบุญที่อินเดียแล้ว อ่านแล้วอยากไปมากเลยค่ะ มีเกร็ดความรู้ด้วย แต่ให้ไปเที่ยวเฉยๆคงไม่ไปแน่๐ๆ 
  16. 16
    ผู้เดินทาง

    จริงครับ
    พุทธศาสนาจะอยู่ได้ประมาณ 5000 ปี
    ดังนั้น 2012 ก็ไม่น่าจะมีอะไรมากขนาดทำให้พุทธศานาหายไปได้



    ปล... มีเรื่องที่หลายคนกังขา
    คือที่มีการอ้างพุทธทำนายนี้ครับ
    --> “อานันทะ ดูก่อนอานนท์ก่อนกึ่งพุทธกาล 15 ปี จะเกิดการณ์ร้ายแรง จะมีการรบราฆ่าฟันซึ่งกันและกัน ฝนเหล็กจะตกจากอากาศ ไฟจะลงมาจากอากาศ จะเผาผลาญประชาชนให้พินาศ จะมีการล้มตายซึ่งกันและกันเป็นอันมาก แต่ว่า ดูก่อนอานนท์ก่อนกึ่งพุทธกาล 15 ปี จะถือว่าเป็นการณ์ร้ายแรงหาได้ไม่ ทั้งนี้ก็เพราะว่าหลังกึ่งพุทธกาลไปแล้ว
    อานันทะ ดูก่อนอานนท์ จะมีความร้ายแรงมากกว่าก่อนกึ่งพุทธกาลมาก ยักษ์นอกพุทธศาสนาจะรบราฆ่าฟันซึ่งกันและกัน ต่างฝ่ายจะล้มตายกันฝ่ายละมาก ๆ สมณะ ซี พราหมณ์ จะล้มตาย จะตายไปฝ่ายละครึ่งจึงเลิกรากัน สำหรับประเทศที่นับถือพุทธศาสนาจะมีภัยเหมือนกัน แต่ไม่ร้ายแรงนัก”


    แต่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ผมยังหาข้อความดังกล่าวในพระไตรปิฏกไม่เจอครับ

    จึงขออนุญาตเรียนถามมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
    ว่าข้อความดังกล่าวมีที่มาที่ไปอย่างไร
    พระพุทธองค์ ตรัสไว้ตอนไหน ด้วยเหตุอันใด

    ขอบคุณครับ

    'u'
  17. 17
    jubjitt
    jubjitt yutt007@yahoo.co.th 15/11/2010 13:59
    คุณณัฐให้ความรู้ทางธรรมแก่คนอื่นดีมากครับ ผมอ่านแล้วรู้สึกอยากทำบุญมาก ๆ และเป็นจริงตามที่คุณณัฐเขียนบอก ผมขออนุโมทนาบุญด้วยครับ ที่คุณณัฐได้ให้ความรู้ทางธรรม
  18. 18
    Nutpobtum
    Nutpobtum 06/11/2010 14:54
    เรียนคุณ ชัชชวาลย์

    รู้ช้ายังดีกว่าหลายๆคนที่ยังไม่รู้ครับ

    หากมีอะไรก็แนะนำหรือสอบถามได้ครับ
  19. 19
    ชัชชวาลย์ งามขำ
    ชัชชวาลย์ งามขำ chut.ngamkum@gmail.com 05/11/2010 21:54
    ผมซื้อหนังสือที่คุณเขียนรวบรวมเรียบเรียงชื่อบุญใหญ่พลิกชีวิตเมื่อ 3พ.ย.53ครับแต่ผมยังไม่ได้อ่านก่อนซื้อ
    เห็นชื่อเรื่องอ่านคำนำอ่านประวัติผู้เขียนและเห็นมีแวปต์ไซต์จึงตัดสินใจซื้อเพราะตัวเองก็ชอบทำบุญอยู่แล้ว
    และได้เปิดแวปคุณดูเห็นว่าแสดงความคิดเห็นได้ดีใจมากคุณได้พบสิ่งที่ดีที่สุดในโลกใบนี้ถ้าเทียบอายุคุณมีบุญและโชคดีกว่าผมมากมาย ถึงแม้ว่าผมพบช้าไปแต่ก็จะทำให้ดีที่สุดสำหรับดวงจิตนี้ 
  20. 20
    Nutpobtum
    Nutpobtum 22/10/2010 12:30

    อนุโมทนากับคุณโอบอ้อม ที่คิดแบบนี้ได้(ที่เข้าใจความเป็นจริงของชีวิต จนไม่อยากเกิดอีกแล้ว)

  21. 21
    โอบอ้อม
    โอบอ้อม 22/10/2010 10:32
    อนุโมธนา สาธุครับ อ่านเรื่องนี้แล้วทำให้ผมอยากทำบุญมากยิ่งๆขึ้นไปอีกหลายเท่าเพราะผมไม่อยากจะเกิดอีกแล้ว

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

สถิติ

เปิดเว็บ01/03/2010
อัพเดท12/06/2017
ผู้เข้าชม1,364,679
เปิดเพจ1,976,879

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 เข้าระบบ

view