http://www.nutpobtum.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 โหลดเอกสาร

บทความธรรมะ

เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า

บทความลงนิตยสาร

ทำไม ? ดาราหน้าตาดี ถึงผิดหวังในความรัก

แว่นตา ดูโทรทัศน์

เล่นหุ้น บาปหรือไม่ !

ตามหาพระอรหันต์ ดีไหม ?

ทำกรรมอะไร ส่งผลให้ติดคุก

อย่าโทษพระ เพียงฝ่ายเดียว

คำทำนาย

ความไม่เที่ยง ที่คนไทยต้องพบเจอ

คุยกับ "คนไม่มีศาสนา"

ไม่ยึดตำรา(พระไตรปิฎก) ดีกว่าจริงหรือ ?

มือถือ กำลังทำให้ผม(เรา) โง่ลง !

สังคมอุดม(อ)คติ

ทำบุญแล้ว ชีวิตไม่ดีขึ้นเลย ทำไม!

งานศพในฝัน

หลุงพราง ของการนับถือ "พระ"

"ผู้หญิง" อย่าพยายามเท่าเทียมผู้ชายทุกเรื่อง

ละคร ภาพยนตร์ เพลง คนสร้าง คนเสพ ได้บุญหรือบาป

หลุมพรางที่ชื่อว่า "การสวดมนต์"

ตกหลุมพราง เพราะความรู้

การท่องเที่ยวคือการพักผ่อน จริงหรือ ?

ทางสายกลาง ที่แท้จริง

คำอธิษฐาน "ต้องห้าม"

ธรรมทาน VS อภัยทาน

หลุมพรางสำหรับชาวพุทธ

ไปเลือกตั้ง มีโอกาสได้บาปหรือไม่

พระที่จะทำลายพระพุทธศาสนา และทำให้เราตกนรก

สิ่งทีทำให้เชื่อได้ว่า สวรรค์-นรกของทุกศาสนาเป็นที่เดียวกัน

คนดี คนไม่ดี วัดกันที่ตรงไหน

ชาวพุทธหลากหลายรูปแบบ

ดี ! รับกรรมให้หมด

ทำชั่วได้ดี...มีถมไป

ว่าด้วยปี 2012

สิ่งที่ได้จากการหนีน้ำ

ควร "อยาก" หรือไม่

มาสนับสนุน คนดีมีศีลกันถอะครับ

เป้าหมายชีวิตของชาวพุทธ

อย่าลืมติดร่มชูชีพห้จิตใจ

ไปทำบุญ อย่าเอาบาปกลับมาด้วย

ยอดนิยม

กฏแห่งแรงดึงดูด มีจริงหรือ??

การทำบุญ

เรื่องที่มักเข้าใจผิด

บทสัมภาษณ์

เกี่ยวกับหนังสือ

อื่นๆ

แล้วเราจะขอบคุณตัวเองที่ทำ

แล้วเราจะขอบคุณตัวเองที่ทำ

เรียนทุกท่าน

 

ความจริงตั้งใจจะเขียนเรื่องนี้ตั้งแต่มีคนเมลมาเล่าเกี่ยวกับสัมพันธภาพกับพ่อแม่

แต่ก็ไม่ได้เขียนสักที จนผมเห็นว่าใกล้วันพ่อแล้ว ควรจะรีบเขียนได้แล้ว

 

เรื่องมีอยู่ว่า มีคนระบายให้ผมฟังว่า พูดจาไม่ดีกับคุณแม่ บางครั้งหากโมโหมาก ก็อาจจะไม่คิดไม่ดีถึงขั้นอยากให้ท่านไปให้พ้นจากโลกนี้ แต่พอหายโกรธก็รู้สึกแย่กับตัวเองที่คิดและทำแบบนั้น เขาควรทำอย่างไรดี

 

ผมได้เล่าให้ฟังว่า สภาพของผมในอดีต ก็ไม่แตกต่างจากที่เล่าเท่าไหร่เลย

คำพูดและการกระทำหลายๆอย่าง เป็นสิ่งที่ลูกไม่ควรทำกับแม่เลย

ผมกับคุณแม่ก็เหมือนน้ำกับไฟ ได้คุยกันเมื่อไหร่ ไม่น่าจะเกิน 5 นาทีก็ลุกเป็นไฟ(ไม่ว่าจะเจอหน้าหรือทางโทรศัพท์)

ตลอดชีวิตที่ผ่านมา นึกเรื่องดีๆที่ทำให้แม่ภูมิใจและรู้สึกดีได้น้อยเต็มที่(โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสิ่งไม่ดีที่พูดและทำ)

หากจะให้เห็นภาพที่ชัดเจน ก็ลองคิดว่านอกจากการทำร้ายร่างกายแล้ว ผมก็คงจะทำไม่ดีอย่างอื่นทุกอย่าง

 

แต่เมื่อผมได้เริ่มศึกษาธรรมะอย่างจริงจังเมื่อราวต้นปีที่แล้ว และได้รับปฎิบัติตามด้วยการ

ถือศีล 5 อย่างเคร่งครัด ทำบุญสม่ำเสมอ และได้ไปวิปัสสนามาด้วย

และในช่วงหลังๆผมก็จะแบ่งบุญให้พ่อแม่ทุกครั้ง และบางครั้งก็จะทำบุญในชื่อของท่านด้วย

 

สิ่งที่ค่อยๆเกิดขึ้น ก็คือ ผมเริ่มพูดคุยกับแม่ได้ยาวนานขึ้น โดยไม่ทะเลาะกัน หรือหากทะเลาะกันก็จะจบลงเร็วโดยไม่โกรธกัน

เมื่อตรุษจีนที่ผ่านมา ผมกลับไปบ้าน แม่ผมเล่าให้ฟังว่า คนใช้ที่บ้านบอกว่า ผมดูใจเย็นมาก

ดูใจเย็นที่สุดในครอบครัว และแม่ก็รู้สึกแบบนั้น

ในขณะเดียวกัน แม่ก็บอกว่าเห็นผมเป็นแบบนี้ และรู้ว่าผมมีพระพุทธศาสนานำทาง ท่านก็ห่วงผมน้อยลงมากๆ

 

และตอนนี้ ผมเป็นคนที่แม่บอกว่า อยากจะพูดคุยด้วยมากที่สุด

เวลาแม่ทะเลาะกับลูกคนอื่น บางครั้งก็จะโทรมาคุยกับผม

เพราะแม่บอกว่าคุยแล้วสบายใจขึ้น

 

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ผมสันนิฐานว่าเกิดมาจาก

ผลจากการแบ่งบุญ ทำให้แม่ผมปล่อยวางได้มากขึ้น และใจเย็นขึ้น

ผลจากการวิปัสสนา ทำให้ผมมีสติมากขึ้น คิดก่อนทำได้มากขึ้น ใจเย็นลง

ผลจากการถือศีล 5 และศึกษาธรรมะ ทำให้ผมเกรงกลัวต่อบาปมากขึ้น

ผลจากการทำบุญสม่ำเสมอ ทำให้จิตใจของผมเหมือนมีความชุ่มชื้นมากขึ้น จึงหงุดหงิดน้อยลง

 

ฉะนั้น หากใครที่มีสัมพันธภาพที่ไม่ดีมากนักกับพ่อแม่

ก็อาจจะลองทำตามดูก็ได้นะครับ ผมเชื่อว่าหลายๆอย่างจะค่อยๆดีขึ้น

 

พระพุทธเจ้าตรัสว่า พ่อแม่นั้นมีบุญคุณต่อเรามากมายนัก

เพราะหากไม่มีท่านทั้งสอง เราก็อาจจะไม่สามารถหาครอบครัวที่เหมาะสมกับบุญบาปที่เราได้ทำ

จนไม่ได้เกิดเป็นคนเหมือนเช่นทุกวันนี้

 

พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า บุญคุณของท่านทั้งสองนั้นยากที่จะทดแทนได้หมด

แม้จะเอาท่านทั้งสองใส่บ่า แล้วให้ท่านทั้งสองกิน ถ่าย บนนั้น และอาบน้ำปะแป้งให้ท่าน แม้จะทำอย่างนั้นตลอดชีวิตก็ยังไม่สามารถทดแทนบุญคุณท่านได้

แม้เราจะมีเงินมากมายมหาศาล แล้วยกเงินให้ท่านหมด ก็ยังทดแทนบุญคุรของท่านทั้งสองไม่หมด

 

ในขณะเดียวกัน พ่อแม่เป็นผู้ที่สะท้อนบุญและบาปให้เราได้มากมายมหาศาล

การฆ่าพ่อแม่นั้นบาปหนักเทียบเท่าฆ่าพระอรหันต์ ผู้ที่ฆ่าพ่อแม่ เมื่อตายจากชาตินั้น จะต้องตกนรกเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้เลย

การทำบาปกับท่าน ไม่ว่าจะทางกาย วาจา หรือใจ ให้ท่านได้รับความเดือดร้อนทางกาย หรือใจ

ก็คงไม่ต่างจากการทำบาปกับพระอรหันต์ ที่จะทำให้เราได้บาปมากมายมหาศาล

 

แต่หากเราทำบุญกับพ่อแม่ ไม่ว่าจะทำบุญแบบไหนก็ตาม

เราก็คงได้บุญไม่ต่างจากทำบุญกับพระอรหันต์ ที่เราจะได้บุญมากมายมหาศาล

คนบางคน พยายามดั้นด้นแสวงหาวัด หาพระ หาที่ทำบุญ ที่ดีๆ เพื่อที่ตนจะได้บุญมากๆ

โดยมองข้ามพระอรหันต์ในบ้าน ที่เราไม่ต้องไปแสวงหาที่ไหน

 

อีกไม่กี่วันก็จะเป็นวันพ่อแห่งชาติ หรือวันพระราชสมภพของในหลวง

นอกจากเราควรทำความดีถวายพ่อหลวงแล้ว

ในหลวงท่านก็เป็นแบบอย่างที่ดีของลูกกตัญญู ว่าสิ่งที่ลูกควรทำคืออะไร

 

สิ่งที่เราควรทำเป็นอย่างยิ่งก็คือ การทำบุญกับพ่อแม่ ให้ท่านได้รับความสุขใจ

 

หากใครยังเขินที่จะทำอะไรลึกซึ้ง การให้เงินท่านได้นำไปซื้ออาหารกินหรือใช้ในชีวิตประจำวัน

ก็เป็นหนทางที่ดี แม้ว่าท่านจะไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน เราก็ควรจะทำ

บอกท่านว่า เพื่อให้เราได้บุญ แล้วก็ให้ท่านนำไปใช้ทำอะไรก็ได้

หากใครที่ยังมีเงินไม่มากก็ไม่ต้องกังวล มีเท่าไหร่ก็ให้ท่านเท่านั้น แค่นั้นท่านก็สุขใจแล้ว

 

แต่มีอีกทางเลือกหนึ่ง ที่เป็นสิ่งที่ผมแนะนำว่า ควรจะทำเป็นอย่างยิ่ง และเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยคิดว่าผมจะทำได้มาก่อนในชีวิต(เพราะเขินและกระดากที่จะทำ)

นั่นก็คือ การกราบเท้าท่านด้วยความตั้งใจ และขออโหสิกรรมท่าน หากเราเคยล่วงเกินท่าน ไม่ว่าทางกาย วาจา หรือใจ ขอให้ท่านอโหสิกรรมให้เราด้วย(ดีกว่าไปทำตอนตายจากกัน เพราะอาจจะไม่รับรู้อะไรแล้ว)

เชื่อผมเถอะครับว่า เพียงเราทำแบบนั้น แล้วดูแววตาของท่าน เราก็จะเห็นว่าท่านรู้สึกอย่างไรจากการกระทำของเรา แล้วคุณจะขอบคุณตัวเองที่ทำแบบนั้น

(หากมีโอกาสก็แบ่งบุญที่ได้ทำมาให้ท่านด้วย ก็จะดีมาก)

 

นอกจากนี้ หนึ่งในหนทางที่สามารถทดแทนบุญคุณท่านได้(ตามที่พระพุทธเจ้าบอกเอาไว้)

ก็คือการให้ธรรมะเป็นทานแก่ท่าน

โดยหาหนังสือธรรมะที่อ่านแล้ว ท่านมีศรัทธาพุทธศาสนามากขึ้น มีศีลมากขึ้น ทำบุญมากขึ้น ทำบาปน้อยลง ให้ท่านได้อ่าน

 

ส่วนตัวผมเองก็ได้ให้แม่อ่านหนังสือ ถ้ารู้...(กู)...ทำไปนานแล้ว ของผมแล้ว

แม้ว่าท่านจะอายุ 70 กว่า และการศึกษาไม่สูงมาก แต่ท่านอ่านแล้วเข้าใจ

ผมจึงถือว่ามีโอกาสได้ให้ธรรมทานกับท่าน(ส่วนพ่ออ่านภาษาไทยไม่ออก จึงยังไม่มีโอกาสให้ธรรมะทานเต็มรูปแบบ)

 

ซึ่งแม่ผมอ่านจบ ก็ขอสั่งซื้อหนังสือประมาณ 60 เล่ม

ไปแจกจ่าย วัด โรงเรียนแถวบ้าน เพื่อเป็นธรรมทานด้วย

และหลังจากอ่านจบ แม่ก็ทำบุญมากขึ้น พยายามถือศีล 5 ให้ได้อยู่ และใจเย็นขึ้น ปล่อยวางได้มากขึ้น

 

แม้ผมไม่แน่ใจ 100% ว่าผลบุญจะมีจริงหรือเปล่า และจะแสดงผลเมื่อไหร่

แต่การกระทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอย่างถูกต้อง

ก็ทำให้ผมได้ความสุขใจที่เห็นการเปลี่ยนแปลงของตนเองและคุณแม่แล้ว

แม้ในอนาคตบุญจะไม่ส่งผลอะไร แต่ผลที่ได้ในปัจจุบันก็คุ้มค่ามากแล้ว

 

อ่านมาถึงตรงนี้ผมหวังว่า เรื่องราวต่างๆ อาจจะช่วยจุดประกายอะไรบางอย่างให้กับหลายๆท่านได้

 

วันพ่อมีทุกปี วันปีใหม่มีทุกปี วันแม่ก็มีทุกปี

 

แต่หากเราใช้ชีวิตอย่างถูกต้องตามแนวทางในพระไตรปิฎก วันที่เรามีความสุขก็สามารถมีได้ทุกวัน

 

ด้วยความนับถือ

ณัฐพบธรรม

ผู้เขียนหนังสือ "ถ้ารู้...(กู)...ทำไปนานแล้ว"

http://www.Nutpobtum.com

 

 

 

 

ธรรมะ,สังฆทาน,สังฆทานที่ถูกต้อง,กฎแห่งกรรม,กฏแห่งกรรม,บุญ,บาป,บุญบาป,นรก,สวรรค์,ทำทาน,รักษาศีล,เจริญภาวนา,นั่งสมาธิ,เจริญสติ,ธรรมทาน,ณัฐพบธรรม 

 

ความคิดเห็น

  1. 1
    02/04/2013 13:58

    ขอบคุณมากเลยนะคะ เศร้าจัง

  2. 2
    ณัฐพบธรรม
    ณัฐพบธรรม 27/03/2013 10:39

    เมื่อแต่งงานไปแล้ว ก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้วครับ


    ขออนุญาตไม่แสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวนะครับ


    บอกได้เพียงว่า เราอาจจะเคยทำกรรมบังคับคนให้แต่งงาน


    หรือจับคู่ให้สัตว์มีเพศสัมพันธ์โดยที่มันไม่เต็มใจ


    วันนี้จึงต้องรับผลกรรม


    ขอให้ทำใจให้สบาย แล้วลองค่อยๆมองหาข้อดีของเขา เพื่อที่จะได้อยู่อย่างเป็นสุขน่าจะดีกว่านะครับ

  3. 3
    18/03/2013 17:51

    หนูทะเลาะกับแม่บ่อยค่ะ เพราะแม่หนูท่านบังคับให้หนูแต่งงาน และถ้าหนูเลิกกับผู้ชายคนนั้น แม่บอกว่าหนุจะเป็นบาปที่ทำให้ท่านเสียใจ ท่านร้องไห้ หนูจะทำอย่างไรดีคะหนุไม่ได้รักผู้ชายคนที่แม่ชอบคนนั้นเลย หนุเคยบอกจะไม่แต่งงาน ท่านก็ร้องไห้และว่าหนุบาปที่ทำให้ท่านร้องไห้ หนูจะทำอย่างไรดีคะ หนูบาปใช่หรือไม่คะ และจะมีวิธีแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ปัจจุบันนี้หนูยอมแต่งงานแล้ว แต่หนุก็อยู่กับผู้ชายคนนั้นอย่างไม่มีความสุขเพราะไม่ได้รัก 

  4. 4
    27/10/2012 07:22

    ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ สาธุ..

  5. 5
    ณัฐพบธรรม
    ณัฐพบธรรม 17/10/2012 10:00

    ขอบคุณครับคุณ ราริสสา สงวนทรัพย์

  6. 6
    ราริสสา สงวนทรัพย์
    ราริสสา สงวนทรัพย์ viptourwithsam@hotmail.com 09/10/2012 04:42

    บทความเกี่ยวกับการปฎฺิบัติตนต่อพ่อแม่ดีมากๆค่ะ ดิฉันเองอยู่ในฐานะทั้งเป็นลูกและเป็นแม่คนแล้ว ทำให้รู้ซึ้งถึงบุญคุณของพ่อแม่ดี อยากให้คนที่เป็นลูกทุกคนได้อ่านบทความนี้แล้วนำไปปฏิบัติ จะเป็นกุศลต่อตนเองอย่างมากเชียวค่ะ ขออนุโมทนาบุญในครั้งนี้ค่ะ

  7. 7
    ณัฐพบธรรม
    ณัฐพบธรรม 15/02/2012 19:59

    ขอบคุณครับคุณปารณีย์สำหรับ Feedback ดีๆ
    ดีใจครับที่หนังสือของผมเป็นประโยชน์ ^_^

  8. 8
    ปารณีย์
    ปารณีย์ psutthinoon112@gmail.com 15/02/2012 19:06

    ขอบคุณมากๆ ในชีวิตนี้ที่ได้มีโอกาสอ่านหนังสือของคุณนัฐพบธรรม โดยเฉพาะหนังสือท่องนรก เที่ยวสวรรค์และบุญใหญ่พลิกชีวิต เป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุด

  9. 9
    Tan
    Tan tata_ppk@hotmail.com 23/12/2011 15:40
    ซื้อได้แล้วค่ะ
  10. 10
    กิตติศักดิ์
    กิตติศักดิ์ kun.aon2010@gmail.com 21/09/2011 12:20

    โมทนาสาธุ ครับ

  11. 11
    peacetheocean
    peacetheocean skyanata@hotmail.com 18/09/2011 19:37

    ขออนุโมทนาด้วยนะคะ สาธุ

  12. 12
    Issariyo
    Issariyo issariyo@gmail.com 11/08/2011 16:18
    วันนี้เป็นวันที่เพื่อนถามว่าเธอเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองตอนไหน ดิฉันได้บอกเพื่อนว่า ตั้งแต่ได้อ่านหนังสือ ถ้ารู้(กู)ทำไปนานแล้ว ของุคุณณัฐพบธรรม พอได้อ่านแล้วจากคนที่ ที่ไม่เคยทำในสื่งที่สมควรจะทำ และไม่เคยได้ทำเลย ตอนนี้ได้รู้แล้วว่าชีวิตที่ดีและมีความสุขเป็นอย่างนี้นี่เอง ขอขอบคุณ คุณณัฐพบธรรม ที่ทำให้รู้จักคำว่ากตัญญู
  13. 13
    กุน
    กุน 17/02/2011 15:50

    เป็นเหมือนกัน ตอนนี้ไม่อยากหาเหตุผลว่าทำไมแล้ว และขอกำลังใจให้ปฏิบัติดีกับแม่ได้ เลิกคิดไม่ดีกับแม่ได้ด้วยเถอะค่ะ

  14. 14
    Nutpobtum
    Nutpobtum 23/12/2010 13:30

    เรียนคุณ euthanasia
    เรื่องอภัยทาน ผมได้ตอบไปแล้วในบทความ
    http://www.nutpobtum.com/index.php?mo=3&art=422222

    ส่วนเรื่องธรรมทานนั้น ผมได้อธิบายไปในหนังสือทำดี 24 ชั่วโมงแล้วว่า
    ไม่ได้หมายความว่า การแจกหนังสือธรรมะ การแสดงธรรม เป็นการให้ธรรมทาน

    การให้ธรรมทานหมายถึง การให้ธรรมะแล้ว คนทำบุญมากขึ้น ทำบาปน้อยลง
    ซึ่งจะครอบคลุมกว่าการให้อภัยครับ

  15. 15
    euthanasia
    euthanasia doctorapple@gmail.com 06/12/2010 02:24
    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆค่ะ จะซื้อหนังสือ ถ้ารู้(กู)ทำไปนานแล้ว แจกคนที่เรารักให้มากๆค่ะ อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ กับบทความดีๆและหนังสือดีๆที่สื่อธรรมะได้เข้าใจมากๆ แนะนำนิดนึงคือ เรื่องของทาน ในบทที่ึ7 น่าจะเพิ่มเรื่องอภัยทานเข้าไปด้วยนะคะ จะได้เพิ่มความสมบูรณ์ของทานในพระพุทธศาสนาให้ครบองค์ประกอบ ที่ว่าจะเทียบว่าธรรมทานหรืออภัยทานอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่ากันนั้น น่าจะเป็นอภัยทานเพราะลองนึกถึงคนที่พิมพ์หนังสือธรรมะ หรือแสดงธรรมให้ผู้อื่น แต่จิตใจของตนเองยังโกรธผู้คนอีกมากมายที่ทำอะไรที่ตนไม่พอใจหรือคิดไม่เหมือนตนเอง  ก็น่าจะแย่กว่าคนที่ให้อภัยแก่คนอื่นๆได้ แม้แต่ศัตรูผู้คิดทำร้ายตนเอง แต่มิได้ให้ธรรมทานกับใครนะคะ
  16. 16
    bunnybkk27
    bunnybkk27 bunnybkk27@hotmail.com 08/08/2010 20:56

    วันนี้เป้นวันแรกที่ใหม่ซื้อหนังสือพี่มาอ่าน


    เป็นหนังสือเล่มแรกที่แล้วไม่อยากวาง อ่านไกล้จบและคิดว่าจะซื้อเล่มต่อไปมาอ่านถ้าอ่านจบ


    ซื้อหนังสือเพราะว่าทุกข์มากจากการกระทำของตัวเอง


    ใจไม่นิ่งเลย แย่มาก บุญไม่ทำแถมทำบาปอีก


    หวังแต่ว่าอ่านหนังสือจบแล้วจะช่วยให้มีสติหนักแน่นได้บ้าง

  17. 17
    วรรณ
    วรรณ 29/07/2010 19:41

    แม่บอกว่า ไม่เคยอ่านหนังสือธรรมะเล่มไหน เข้าใจธรรมะของพระพุทธเจ้า เท่ากับ "ถ้ารู้ (กู) ทำไปนานแล้ว"


    สื่อได้ดีมากค่ะ 


    ขอบคุณ คุณณัฐที่เป็นตัวแทนในการเผยแพร่ธรรมะของพระพุทธเจ้าให้คนได้เข้าใจได้ง่ายขึ้น

  18. 18
    ลักขณาวัลย์
    ลักขณาวัลย์ lakkanawan@nutrix.co.th 12/07/2010 14:12
    เมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมา ได้ไปกราบรดน้ำดำหัว พ่อกับแม่ พร้อมทั้งกล่าวคำขอขมา รู้สึกจิตใจมันตื้นตัน ปิติอย่างบอกไม่ถูกเลยค่ะ
  19. 19
    กุลิสรา
    กุลิสรา kurissala@william.co.th 25/06/2010 12:31

    ขออนุโมทนา สาธุ สาธุ สาธุ

  20. 20
    Kengz
    Kengz 08/06/2010 14:24

    ผมก็คิดได้เหมือนพี่ เมื่อปีที่แล้วครับ


    แล้วที่ผ่านมาผมก็เป็นคลายๆพี่ด้วยครับ


     


    หลังจากได้กราบคุณพ่อ คุณแม่ แล้ว...


     


    มันสุขเหลือจะเอ่ยครับผม


     


    ขอบคุณครับสำหรับบทความดีๆ

  21. 21
    phinyar
    phinyar 04/05/2010 14:43

    ขออนุญาตส่งต่อให้เพื่อนๆ อ่านนะคะ

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

สถิติ

เปิดเว็บ01/03/2010
อัพเดท12/06/2017
ผู้เข้าชม1,364,663
เปิดเพจ1,976,863

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 เข้าระบบ

view